กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สืบสวนขยายผลเครือข่ายค้าประเวณีข้ามชาติ หลังได้รับข้อมูลประสานจากหน่วยงาน Specialised Crime Branch กองสืบสวนอาชญากรรมสิงคโปร์ เกี่ยวกับขบวนการจัดหาหญิงไทยไปค้าประเวณีในประเทศสิงคโปร์ ก่อนหลบหนีกลับมาพำนักในประเทศไทย
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พร้อมผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.3 บก.ปอท. ร่วมดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน จนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ใช้ชื่อ Lover’s Fortress และเว็บไซต์ “7th Heaven” กับ “7th Heaven 2” เป็นช่องทางดำเนินการ

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบธุรกรรมรับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี จึงสืบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้องจนพบเบาะแสในพื้นที่จังหวัดระยอง ก่อนขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาและเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ได้แก่ MR.LEOW อายุ 46 ปี สัญชาติสิงคโปร์ น.ส.อาภาภรณ์ อายุ 37 ปี และ น.ส.นันทณีย์ อายุ 33 ปี พร้อมเรียกนายพงศกร อายุ 35 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา โดยสถานที่ดำเนินการจับกุมและสืบสวนครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดพิษณุโลก
จากการสอบถาม MR.LEOW ให้การรับว่า ดำเนินการจัดหาหญิงไทยไปให้บริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมี MR.AARON เป็นหุ้นส่วนร่วมดำเนินการ ขณะถูกจับกุมมีหญิงไทยอยู่ในความดูแลประมาณ 6 คน และใช้แอปพลิเคชัน Telegram, LINE และ WhatsApp ในการประชาสัมพันธ์ ติดต่อประสานงาน และรับงานจากลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีการใช้บัญชีธนาคารของ น.ส.นันทณีย์ รับเงินก่อนโอนต่อเข้าบัญชีของตนเอง

ด้าน น.ส.อาภาภรณ์ ให้การว่าเป็นภรรยาของ MR.LEOW และมีหน้าที่ประสานงานกับเอเจนซี จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักให้หญิงไทยที่เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับค่าคอมมิชชันจากส่วนต่างของค่าใช้จ่าย ขณะที่ น.ส.นันทณีย์ ให้การว่าได้ให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารของตนโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และอ้างว่าไม่ทราบวัตถุประสงค์การนำบัญชีไปใช้ พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว
ส่วน นายพงศกร ให้การว่า ทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบข้อความลูกค้า และรับคำสั่งจาก น.ส.อาภาภรณ์ ในการตัดต่อภาพหญิงสาวภายในเครือข่าย

จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายครั้งแรก เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 14 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบ เงินสด 100,000 บาท และเครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้กว่า 350,000 บาท เพื่อนำไปตรวจสอบและประกอบสำนวนคดี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลสืบสวนจนสามารถจับกุม MR.AARON อายุ 42 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6157/2569 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหุ้นส่วนและผู้ร่วมดำเนินการกับ MR.LEOW นับเป็นผู้ต้องหารายที่ 4 ที่ถูกจับกุมในคดีนี้ โดยในการจับกุมครั้งหลัง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือเพิ่มเติม 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเครื่องประดับ เพื่อนำไปตรวจสอบความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในคดี

สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาและชักพาบุคคลเพื่อการค้าประเวณี การโฆษณาหรือชักชวนเพื่อการค้าประเวณี การรับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี ตลอดจนความผิดเกี่ยวกับการสมคบและร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และต้องพิสูจน์ความผิดตามกฎหมายต่อไป
การสืบสวนขยายผลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไทยและสิงคโปร์ ในการติดตามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์และธุรกรรมทางการเงินเป็นเครื่องมือในการดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป